my_logo
ศ. 2012 เมทัลลิกาได้กลายเป็นศิลปินที่มียอดจำหน่ายโดยรวมในระบบนีลเซน ซาวด์สแกน มากที่สุดเป็นอันดับที่ 3 นับตั้งแต่จำหน่ายในปี ค.ศ. 1991 ด้วยยอดจำหน่ายกว่า 54.26 ล้านอัลบั้มในสหรัฐที่เดียว[4][5] ในปี ค.ศ. 2016 วงได้มีการเตรียมออกอัลบั้มที่ 10 ซึ่งคาดว่าจะเปิดตัวภายหลังปีนั้น เมทัลลิกาได้ก่อขึ้นที่เมืองลอสแอนเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย ในช่วงปลายปี ค.ศ. 1981 เมื่อ ลาร์ส อุลริช มือกลองสัญชาติเดนมาร์ก ได้ติดประกาศโฆษณาในหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นฉบับหนึ่งนามว่า "เดอะรีไซเคอร์" (The Recycler) โดยมีการพาดข้อความไว้ว่า "มือกลองกำลังหานักดนตรีแนวเมทัล แบบวงไทเกอรส์ออฟแพนแทง (Tygers of Pan Tang), ไดมอนเฮด (Diamond Head) และไอเอิร์นเมเดน"[7] จนในที่สุดก็ได้ เจมส์ เฮตฟีลด์ และ ฮิวจ์ แทนเนอร์ (Hugh Tanner) จากวง ลีเทอร์ชาร์ม ตอบรับ อุลลิช ได้ทำหน้าที่ติดต่อไปยังหัวหน้าค่ายเพลงเมทัลเบลด นามว่า ไบรอัน สลาเกล (Brian Slagel ) ถึงการบันทึกเสียงเพลงให้กับค่าย ในอัลบั้มโปรเจกต์อัลบั้มรวบรวมเพลง ที่ชื่อว่า เมทัลมาสซาเคอ (Metal Massacre) ซึ่งในเวลาต่อมาเป็นที่รู้จักในฐานะอัลบั้มรวมเพลงที่แจ้งเกิดให้กับวงเมทัลที่มีชื่อเสียงในปัจจุบันหลายวง สลาเกลได้ตอบรับและอุลลิชก็ได้จ้างเฮตฟีลด์ทำหน้าที่ในฐานะร้องนำและมือริทึมกีตาร์[7] วงได้รับการก่อตั้งอย่างเป็นทางการอย่างแท้จริงในเดือน ตุลาคม ค.

เมทัลลิกา

เป็นวงเฮฟวี่เมทัลสัญชาติอเมริกัน ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1981 ในเมืองลอสแอนเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย เมทัลลิกาได้เริ่มขึ้นเมื่อเจมส์ เฮตฟีลด์ (ร้องนำ/กีตาร์หลัก) ได้เข้าร่วมวงตามประกาศโฆษณาในหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นของลาร์ส อุลริช (กลองชุด) กระทั่งในเวลาต่อมาก็มีสมาชิกเพิ่มเข้ามาอีก 2 คน คือ เดฟ มัสเทน (กีตาร์หลัก) และ รอน แม็คกอฟนีย์ (เบส) ต่อมารอน แม็คกอฟนีย์ ถูกไล่ออกจากวง ทางวงได้ คลิฟฟ์ เบอร์ตันมาแทนที่ และต่อมา เดฟ มัสเทน ก็ถูกไล่ออกจากวงเช่นกัน ทางวงได้ตัว เคิร์ก แฮมเมตต์ จากวงเอ็กโซดัส มาแทนที่ในตำแหน่งกีตาร์หลัก ต่อมาในปี ค.ศ. 1986 คลิฟฟ์ เบอร์ตัน ได้เสียชีวิตลงเนื่องจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ระหว่างทัวร์คอนเสิร์ต เจสัน นิวสเตด จากวงโฟลตซัม แอนด์ เจทซัม ได้เข้ามาแทนที่ในตำแหน่งมือเบสของวง เจสัน นิวสเตด ได้ลาออกจากวงในปี ค.ศ. 2001 และถูกแทนที่โดยโรเบิร์ต ทรูฮีโย อดีตมือเบสของออซซี ออสบอร์น จนถึงปัจจุบัน วงได้นำเสนอการบรรเลงดนตรีด้วยเทคนิคที่ก้าวร้าวและจังหวะอันรวดเร็ว ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นหนึ่งในวงผู้บุกเบิกและมีอิทธิพลอย่างสูงต่อวงการแทรชเมทัล หรือที่รู้จักกันดีในกลุ่ม "บิ๊กโฟว์"[1] ที่ประกอบไปด้วยวงแทรชเมทัลอื่นอีก 3 วงคือ สเลเยอร์ เมกาเดธ และแอนแทรกซ์ เมทัลลิกา เริ่มต้นจากการเป็นเพียงวงดนตรีใต้ดิน สู่การประสบความสำเร็จระดับหนึ่งใน 4 อัลบั้มแรก โดยเฉพาะในอัลบั้มที่ 3 Master of Puppets (ค.ศ. 1986) ที่รับการยกย่องให้เป็น "หนึ่งในอัลบั้มที่ทรงอิทธิพลและหนักที่สุดอัลบั้มหนึ่งในวงการแทรชเมทัล" วงยังคงเดินหน้าปูชื่อเสียงและผลสำเร็จในอัลบั้มที่ 5 คืออัลบั้ม Metallica หรือที่รู้จักกันในชื่อ อัลบั้มดำ (Black album) (ค.ศ. 1991) ซึ่งได้ผลตอบรับอย่างสูงจากแฟนคลับ ด้วยการขึ้นชาร์ตอันดับ 1 บนบิลบอร์ด 200 นับตั้งแต่เปิดตัว ภายหลังการปล่อยอัลบั้มดำ 3 อัลบั้มต่อมา คือ Load (ค.
ศ. 1996) Reload (ค.ศ. 1997) และ St. Anger (ค.ศ. 2003) วงได้ลดความเป็นแทรชเมทัลลง จนในท้ายสุดวงได้ออกอัลบั้ม Death Magnetic (2008) ซึ่งถือเป็นการกลับสู่แนวแทรชเมทัลอีกครั้งของวง และในปี ค.ศ. 2009 เมทัลลิกาก็ได้รับการยกเข้าสู่หอเกียรติยศร็อกแอนด์โรล เมทัลลิกาได้ออกสตูดิโออัลบั้มมาแล้วทั้งหมด 9 อัลบั้ม อัลบั้มแสดงสด 4 อัลบั้ม ส่วนเพิ่มเติมอีก 5 มิวสิกวีดีโอ 26 วีดีโอ และ 37 ซิงเกิล วงได้รับรางวัลแกรมมีถึง 8 รางวัล และ 5 อัลบั้มจากทั้งหมดของวง ล้วนสามารถไต่ขึ้นชาร์ตอันดับที่ 1 บนบิลบอร์ด 200 โดยเพียงแค่ อัลบั้มดำ หรือ อัลบั้ม เมทัลลิกา สามารถจำหน่ายได้กว่า 16 ล้านชุดในสหรัฐ ทำให้กลายเป็นอัลบั้มที่มียอดจำหน่ายสูงที่แห่งยุคในระบบนีลเซน ซาวด์สแกน นอกจากนี้วงยังเป็นหนึ่งในศิลปินที่มียอดจำหน่ายอัลบั้มโดยรวมสูงที่สุดตลอดกาล ด้วยยอดจำหน่ายกว่า 110 ล้านชุดทั่วโลก[2] เมทัลลิกายังได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในศิลปินวงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาลจากหลายนิตยสาร รวมถึงนิตยสารโรลลิงสโตน ซึ่งได้จัดอันดับที่ 61 ในหัวข้อ "100 ศิลปินที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล"[3] ในเดือนธันวาคม ค.

Phone: +1358079964

Email: lavan@begonia-l.ru

Policy
User agreement